คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สงขลา ผนึกกำลัง อบต.ทุ่งหวัง พร้อมภาคีเครือข่าย จัดงาน “ย้อนรอยทุ่งหวัง หลาดหนุนแพรก 100 ปี” บูรณาการองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพัฒนาชุมชน ยกระดับอัตลักษณ์ชุมชนให้กลายเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ขับเคลื่อนสู่ Soft Power สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์
เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2569 ผศ.พิเชษฐ์ จันทวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) มอบหมายให้ ผศ.ดร.กรฤต นิลวานิช รองอธิการบดีฝ่ายกายภาพและพัฒนาท้องถิ่น เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “ย้อนรอยหลาด 100 ปีที่ทุ่งหวัง (Thungwang Kick-off : Soft Power Project)” ณ บริเวณตลาดทุ่งหวัง ต.ทุ่งหวัง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา กล่าวรายงานโดย ผศ.ดร.รัชชพงษ์ ชัชวาลย์ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สงขลา และกล่าวต้อนรับโดย นายนิคม อุไรรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งหวัง (อบต.ทุ่งหวัง)
ภายในงานมีการออกร้านผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดนิทรรศการประวัติศาสตร์ และกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขบวนพาเหรดวิถีชุมชนคนทุ่งหวัง การแสดงจากนักศึกษาคณะศิลปกรรมศาสตร์ มรภ.สงขลา และ ชมรม อสม.ทุ่งหวัง เวทีเสวนาปราชญ์ชาวบ้าน “ล้อมวงเล่าตำนานหลาดร้อยปี วิถีคนย่านแพรกทุ่งหวัง” โดยวิทยากร พระครูวิสุทธิ์สุตคุณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองสงขลาเจ้าอาวาสวัดทุ่งหวังใน คุณณชดล เจริญกุล อดีตผู้อำนวยการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสำนักงานศึกษาธิการภาค 6 คุณยุพิณ ชูวัน อดีตข้าราชการครูโรงเรียนบ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา คุณบรรเจต นะแส อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ต.ทุ่งหวัง และ อาจารย์วุฒิชัย เพชรสุวรรณ กรรมการภาคีคนรักษ์เมืองสงขลา
ผศ.ดร.กรฤต นิลวานิช กล่าวว่า มรภ.สงขลา มีพันธกิจสำคัญในการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การนำองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยมาบูรณาการร่วมกับภูมิปัญญาของชุมชน คือแนวทางสำคัญที่จะทำให้การพัฒนามีความยั่งยืน และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ ต.ทุ่งหวัง เป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์อันทรงคุณค่า การนำทุนทางวัฒนธรรมเหล่านี้มาต่อยอดภายใต้แนวคิด Soft Power ไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์มรดกของชุมชน แต่ยังสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏในการขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ด้าน ผศ.ดร.รัชชพงษ์ ชัชวาลย์ กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคนในชุมชน ส่งเสริมอัตลักษณ์ตลาดทุ่งหวัง และสร้างเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาท้องถิ่น ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการใช้ทุนทางวัฒนธรรมเป็นฐานการพัฒนา ซึ่งการจัดงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจด้านการบริการวิชาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของ มรภ.สงขลา โดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ได้บูรณาการองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ อบต.ทุ่งหวัง และภาคีเครือข่าย โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับอัตลักษณ์ชุมชนให้กลายเป็น “ทุนทางวัฒนธรรม” (Cultural Capital) ที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนเป็น Soft Power ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน
นายนิคม อุไรรัตน์ กล่าวว่า งานในครั้งนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมอัตลักษณ์ชุมชน พัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และสร้างระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ ที่เชื่อมโยงคนในพื้นที่เข้ากับโอกาสใหม่ๆ ของการพัฒนา ตลอดจนเป็นการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่จะส่งต่อความภาคภูมิใจในรากเหง้าไปยังคนรุ่นหลัง ซึ่งนับเป็นภารกิจที่สำคัญยิ่งและไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือละเลยได้ในการพัฒนาท้องถิ่นอย่างบูรณาการ ขอขอบคุณ มรภ.สงขลา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน คณะทำงาน ตลอดจนผู้สนับสนุนทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงานครั้งนี้จนสำเร็จเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เป้าหมายที่ 1 ยุติความยากจนทุกรูปแบบในทุกที่ เป้าหมายที่ 2 ยุติความหิวโหย บรรลุความมั่นคงทางอาหารและยกระดับโภชนาการ และส่งเสริมเกษตรกรรมที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 4 สร้างหลักประกันว่าทุกคนมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม และสนับสนุนโอกาสในการเรียนรู้ตลอดชีวิต เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และการมีงานที่มีคุณค่าสำหรับทุกคน เป้าหมายที่ 17 เสริมความเข้มแข็งให้แก่กลไกการดำเนินงานและฟื้นฟูสภาพหุ้นส่วนความร่วมมือระดับโลกสำหรับการพัฒนาที่ยั่งยืน